เวลา 09.37 น. ของวันดี ๆ อีกวันหนึ่ง
“ฮัลโหล” เสียงปลายสายแหบ ๆ และโรยราที่ดังขึ้นมาจากการรับโทรศัพท์ของอีกฝ่ายหนึ่งทำให้ผมตกเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ช่วงประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สอง เป็นเสียงราวกับทหารหญิงสหรัฐที่กำลังบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิง โจมตี โดนระเบิด และคลานหนีข้าศึกพวกเวียดกงผ่านสมรภูมิที่อันตรายมาสามวันสามคืน ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเนื้อตัวมอมแมม สิ้นหวัง แถมยังมีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกาย จนอ่อนแรงจวนเจียนแทบจะหมดลมหายใจ เสียงทักทายในการรับโทรศัพท์ที่แผ่วเบาราวกับเป็นการรวบรวมลมเข้าไปในปอดแล้วเปล่งเสียงออกมาเพื่อขอความช่วยเหลืออย่างยากลำบากนี้ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมโทรศัพท์ผิดเบอร์ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่คุ้นหู แต่ผมก็ตั้งใจฟังต่อไปในสิ่งที่เธอพูด
“ลูก หมี ยางงง ม่ายย ตื่น” เป็นประโยคที่ออกจากปากเพื่อนของน้องลูกหมีอย่างยากลำบาก อารมณ์เหมือนกับมีเสมหะติดคอ ผมแทบหยุดหายใจในระหว่างที่เธอพูด แต่เสียงที่ออกมาทำให้รู้ว่า ผมโทรไม่ผิดเบอร์แต่เพื่อนน้องลูกหมีคงจะเพิ่งตื่นนอนเพราะรำคาญเสียงโทรศัพท์ที่ผมโทรเข้าเครื่องน้องลูกหมี ซึ่งเจ้าของเบอร์นี่สิ ยังไม่ฟื้นเลย เพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไป
“ค่อยโทรมาใหม่น่ะ” เป็นประโยคส่งท้ายที่เพื่อนน้องลูกหมีบอกผมอย่างสุภาพก่อนที่จะวางสาย โดยต่อไปผมจะใช้ชื่อสมมุติเดียวกับนางเอกภาพยนตร์เรื่อง จักรยานสีแดง ให้แก่ของเพื่อนน้องลูกหมีคนนี้ว่า ขม ละกันน่ะ
นี่คือวันที่สามที่ผมไม่ได้เจอหน้าน้องลูกหมี เพราะน้องลูกหมีเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน ๆ ผมคิดถึงมากแต่ไม่รู้ว่าเวลานี้น้องลูกหมียังไม่ตื่น ความรู้สึกผิดที่ดันโทรไปรบกวนจนเพื่อนน้องลูกหมีทนเสียงรำคาญไม่ไหวจนต้องรับโทรศัพท์ก็เกิดขึ้นมาในใจผม
ก่อนหน้าเหตุการณ์นี้ สิบสองชั่วโมงผมโทรหาน้องลูกหมีเกือบสิบสายเห็นจะได้มั้ง แต่ไม่มีคนรับ ในสมองผมคิดไปต่างๆ นานาว่า แอบไปกินไข่แมงดาอีกแล้วเกิดอาการแพ้สลบไปหรือป่าว หรือว่า ลืมโทรศัพท์ไว้ที่ใดสักที่หนึ่ง หรือว่าอะไรไปต่าง ๆ นานาเป็นตุเป็นตะไปซะหมด สุดท้ายก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น น้องลูกหมีก็แค่นอนหลับอยู่ที่หอแล้วไม่รู้สึกตัวตอนโทรศัพท์ดัง ก็แค่นั้นเอง ส่วน ขม เนี่ยคิดว่าคงจะรำคาญผมมาหลายชั่วโมงแล้วมั้งแต่คงไม่กล้ารับโทรศัพท์น้องลูกหมีจนกระทั่งทนไม่ไหวมั้ง555555
ในทริปการไปเที่ยวเชียงคานกับเพื่อน ๆ ครั้งนี้ ทำให้ผมไม่ได้เจอหน้าน้องลูกหมีถึง 10 วัน คำนวณเป็นชั่วโมงก็ 240 ชั่วโมง หรือว่า 14,400 นาที หรือ 864,000 วินาที เกือบล้านเชียวน่ะ ในช่วงระหว่างนี้ผมได้แค่ติดต่อผ่านโทรศัพท์โดยการโทรหรือไม่ก็ส่งข้อความ เรื่องของเรื่องคือ โทรศัพท์ผมที่ซื้อมาใหม่หน้าจอมันดันมองไม่เห็น เพราะหล่นกระแทกพื้นแล้วกลิ้งไปแช่น้ำขังที่อยู่ข้างถนนจากการที่เมื่อวันก่อนผมไปหาน้องลูกหมี(รายละเอียดอ่านในหัวข้อ ) หากผมโทรไปแล้วน้องลูกหมีไม่รับ ผมมักจะส่งเป็นข้อความไปหาแทน ซึ่งดังที่เห็นในรูปนี้แหละครับ ให้ตีค่าเป็นความสมบูรณ์ของจอภาพเป็นตึก 100 ชั้นแล้วเทียบความละเอียดของจอที่ใช้ได้กับการเปิดไฟตามชั้นต่าง ๆ ไอเจ้าตึกนี่คงจะมีไฟสว่างไสวเพียงแค่ 4 ชั้นแรกของตึกแหละครับ ส่วนชั้นที่เหลือตั้งแต่ชั้นที่ 5 ขึ้นไปจนชั้นที่ 100 หลอดไฟเสีย บอด มืดสนิทครับ โทรศัพท์ผมก็เป็นคล้าย ๆ กรณีแบบนั้นแหละครับ เห็นตัวอักษรแค่บรรทัดแรกเท่า นั้น และเห็นแค่เกือบเต็มตัวอักษรเสียด้วย การที่จะส่งข้อความดี ๆ หาใครสักคนจึงต้องใช้ทั้งมโนภาพ จินตนาการ และโชคช่วยด้วยครับเช่นหากจะส่งคำว่า “ คิดถึง” ก็จะมีสูตรเฉพาะของ NOKIA ครับ แต่ถ้าเป็นข้อความอื่นอันนี้ต้องใช้โชคช่วยน่ะ
รอบหน้าคงต้องถอย IPhone 4S เสียแล้วมั้งเนี่ย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น