วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560

3NISSIW AVW (-12-)


และแล้วก็มาถึงวันที่ผมไม่คาดคิดอีกหนึ่งวัน เป็นเหตุการณ์ที่ผมตั้งตัวไม่ติดจริง ๆ ณ วันเวลาตอนนั้นที่เกิดขึ้น เป็นเวลา 21.04 น.ตามเวลาที่นาฬิกาข้อมือ  ผมยืนต่อคิวรอยังกับสมัยประถมที่เข้าแถวรอกินข้าวเที่ยงกัน แต่ตอนนี้กลายเป็นเพื่อที่จะจ่ายเงินซื้อน้ำผลไม้ กับไส้กรอกชีสอีกสองถุงแทน ซึ่งอยู่ในร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่นหน้าปากซอยวัดโพธิ์ซอย 20  นี่เอง ขณะที่กำลังหัวเสียกับคิวที่ยาวเกือบสิบคน เพราะเคาท์เตอร์คิดเงินนั้น ใช้ได้แค่ฝั่งเดียว    จู่ ๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาหาผม  ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก......

“ฮัลโหล ขราบบบบบบบ”   ประโยค  ซิกเนเจอร์ในการรับโทรศัพท์ของผม ทำเอาลูกค้าที่ได้ยินเสียงการรับโทรศัพท์ของผมที่ต่อคิวอยู่ข้างหน้าเกือบสิบคนตอนนั้นต้องหันควับ ! มามองหนังหน้าของผมด้วยสายตาเย็นชากึ่งสงสัยว่าไอเจ้าของเสียง นี่เป็นใคร  ก่อนที่จะหันหน้าช้า ๆกลับไปตามเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ตัวเธอ อยู่ไหนหรอ”   ลูกหมีถาม

“อยู่ในใจเธอไง” พูดไม่ทันขาดคำ ไอเกือบสิบคนเมื่อกี้ก็หันหลังควับ ! มามองหน้าผมด้วยความพร้อมเพรียงกันอีกครั้ง เหมือนกับคิดอะไรในใจบางอย่างว่า ‘อ้วกกกกกกกกก เน่าได้อีก’แล้วก็หันหน้ากลับช้า ๆไปรอจ่ายเงินตามเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ตอนนี้เค้าอยู่ที่ริมน้ำนะ” ลูกหมีพูด

“แล้วลูกหมีมากับใครหรอ” ผมถามต่อเพราะอยากรู้

“มาคนเดียวจ้า นั่งดูไฟที่เกาะลำพูสวย ๆ  อยู่เนี่ย พาอ้วนมาเป็นเพื่อนด้วย(อ้วน  เป็นฉายาของแมวเปอร์เซียที่น้องลูกหมีเลี้ยง) ถ้าว่างก็แวะมานั่งคุยกันน่ะ” น้องลูกหมีทิ้งท้าย

“โอเค อีก สิบห้านาที เจอกันน่ะ  เคียมนี่แหละ หวัดดีขราบบบบบ” เป็นประโยควางสายที่ทำเอาไอเกือบสิบคนเดิมหันควับ !มามองหน้าผมอีกเป็นครั้งที่สาม แล้วมองยังกะผมเป็นพวก ซักกราวววววววววว ก่อนจะหันหน้ากลับไปช้า ๆ ตามเดิมยังกับมีใครมาโปรแกรมสมองไว้

หลังจากวางสาย ก็คงจะรู้น่ะครับ     หากไม่ว่างก็ต้องว่างละทีนี้ ยกแขนขวามอง ดูเวลาในหน้าปัด G-SHOCK เรือนเขียวดำคู่ชีพ ต้องตกใจกับตัวเลข 21.07 น. อะไรวะเนี่ยแป๊บเดียวสามนาทีผ่านไปไวยังกับยืนรอซื้อของในเซเว่น  ผมคิดว่าคงต้องทำเวลา ก็เลยจัดแจงซื้อของอะไรเสร็จเรียบร้อยก็กลับบ้านไป

         เมื่อมาถึงบ้านคำนวณความน่าจะเป็นดูแล้ว หากอาบน้ำคงไม่ทันเป็นแน่ เพราะอย่างช้าสุดก็ เจ็ดนาทีเพราะฉะนั้นไม่อาบดีกว่า  เปลี่ยนเสื้อผ้า หยิบเสื้อยืดสีขาวมาเพราะเสื้อยืดเราไม่จำเป็นต้องรีด จัดการเซ็ตผม แล้วก็ฉีดสารกันบูดกลิ่นโปโล ชาย ตามสูตรการออกนอกบ้านของผม เมื่อแต่งตัวเสร็จ ก็หยิบกุญแจมอเตอร์ไซค์ ในขณะที่ผมสตาร์ทรถเตรียมจะเดินทาง   ไอเจ้าโดม   น้องชายที่อยู่ในบ้านก็ถามด้วยความสงสัย

“พี่วิช ออกไปทำงานเลยหรอครับพี่”

“เออ  มีไรป่าวน้องโดม”

“เปล่าครับ   ผมยังไม่เห็นพี่เข้าไปอาบน้ำเลย  ก็เลยสงสัย”

“รู้ได้ไงว่าพี่ไม่อาบที”

“อ้าว พี่อาบตอนไหนอ่าครับ  พี่เข้าบ้านมาเมื่อกี้แล้วพี่ก็ออกไปเลย  ผมยังไม่เห็นพี่เข้าห้องน้ำเลยครับ”

“อาบแล้ว เมื่อเช้า”   แล้วผมก็ออกจากบ้านไป

“..................”น้องโดมอึ้งแดกไปสองนาทีกับคำตอบแบบน้ำขุ่น ๆ ของผม

ไม่กี่อึดใจก็เดินทางมาถึงริมน้ำหลังจากที่ผมโทรหาน้องลูกหมีเพื่อถามตำแหน่งการนั่งของน้องลูกหมี    ผมก็เดินลงมายังขั้นอัฒจรรย์ตรงริมน้ำที่ไว้สำหรับนั่งเชียร์เรือยาว  มีคู่รักสักประมาณสองคู่มั้ง ที่นั่งจับคู่กุ๊ก กิ๊ก คุยกันอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ แม้บรรยากาศโดยรอบจะอยู่ในความมืด แต่ต้นไม้และถนนบริเวณนั้นถูกตกแต่งไปด้วยหลอดไฟหลากสี ไม่ว่าจะเป็นแสง แอลอีดีสีน้ำเงินบ้าง เขียวบ้าง ชมพูบ้างที่ตกแต่งบนต้นไม้จากเกาะลำพูต่างก็กระพริบกันเป็นจังหวะยังกับไฟเลี้ยวรถยนต์  และไคลแมกซ์ คือ ไฟประดับเป็นหลอดไฟแบบมีไส้สีเหลืองเรียงรายร้อยยาวไปตามสะพานข้ามแม่น้ำตาปีทำให้สะพานโดเด่นมาก   หรือหลอดไฟสีประดับต้นหมากที่เรียงรายตามริมน้ำฝั่งที่ผมยืนอยู่เป็นสีสันที่ตัดกับความมืด ราวกับเอาขนมรวมมิตรไม่ใส่น้ำกะทิถ้วยเล็ก ๆ มาเทใส่รวมลงไปในหม้อข้าวเหนียวดำ ยังไงยังงั้น  สวยมากๆ และโรแมนติกมาก ๆ ด้วย และแล้วสายตาผมก็ไปเห็นเด็กสาวสวยใส่เสื้อยืดคอกลมสีแด๊ง แดง นั่งตัวเล็ก ๆอยู่ไกล๊  ไกล ประมาณ สิบเมตรจากจุดที่ผมยืน อย่างโดดเดี่ยวพร้อมทั้งมีแมวน้อยนอนอยู่บนตัก ผมเดินตรงมุ่งเข้าไปหา น้องลูกหมีก็หันมาเห็นผมพอดีจึงยกมือเรียกผม   ตอนนั้นจับทิศทางลมเหมือนอย่างที่เคยทำครับ และผมก็ได้นั่งขวามือของน้องลูกหมีซึ่งเป็นจุดที่อยู่เหนือลมไว้ก่อน   กลิ่นสารกันบูดจะได้ทำงานแบบเต็มที่รอบๆตัวเราสองคนในรัศมี 4 เมตรนั้นไม่มีใครแม้แต่คนเดียว บรรยากาศเป็นใจมาก น้องลูกหมีก็นั่งคุยกับผม ผมก็นั่งเป็นผู้ฟังที่ดีแต่จริง ๆ แล้วตอนนั้นผมไม่ได้ฟังว่าน้องลูกหมีพูดอะไรมากหรอกครับ  เพราะสายตาผมจ้องแต่น้องลูกหมีอย่างเดียว ตอนนั้นเหมือนตกอยู่ในภวังค์ และผมจำได้ว่าผมกล้าที่จะขออะไรบางอย่างกับน้องลูกหมี

        “ขอจับหูหน่อยได้ป่าว”    ผมถาม

        “วิชอยากจับ    วิชก็จับดิ”   น้องลูกหมีบอกเป็นแนวเชิญชวน

         ผมไม่รอช้าตามประสาผู้ชายมือไว   มือผมได้ลูบไล้สัมผัสหูขาวข้างขวาอันขาวและอ่อนนุ่ม น้องลูกหมีก็ยังเฉยนิ่ง ผมก็เลยเอานิ้วชี้ทิ่มเข้าไปในหูประมาณสะกิด ๆ น้องลูกหมีก็ยังไม่ว่าอะไรผมก็เลยเอานิ้วชี้มาลูบ ๆ บริเวณแก้มใกล้กับปาก และลูบ ๆ ถู ๆ เบา ๆน้องลูกหมีก็พูดออกมาคำหนึ่ง

          “วิช เบา ๆหน่อย เดี๋ยวหนวดไออ้วนมันหลุด” พอสิ้นเสียงน้องลูกหมี ผมถึงกับชะงัก

          “สงสัย ไออ้วน มันเหมือนจะชอบให้วิชเกาคอให้มันนะ  มันนอนนิ่งมากเลย” ลูกหมีบอก

          “วิชชอบเลี้ยงแมวเหมือนลูกหมีนั่นแหละ ไม่รู้หรอ แต่รู้สึกว่าหูเจ้าอ้วนเนี่ยมันเล็กนิดเดียวเอง ถ้าเทียบกับโครงหน้าของมันอะ สงสัยเพราะว่ามันเป็นพันธุ์เปอร์เซียด้วยละมั้ง” ผมบอก

          และแล้วเราก็นั่งคุยเรื่องแมวมั่ง เรื่องโน่นมั่ง เรื่องนี่มั่ง กันจนเกือบสี่ทุ่มเราสองคนก็แยกย้ายสลายม๊อบน้องลูกหมีก็กลับบ้าน ส่วนผมก็ไปเล่นดนตรีต่อเลย ผมคิดว่าบรรยากาศน่าประทับใจมาก แสง สี  และอารมณ์ความรู้สึกของการที่ได้นั่งอยู่กับน้องลูกหมีนอกจากเรื่องแมว ๆแล้วผมไม่ขอสาธยายความรู้สึกในช่วงเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงที่เราได้นั่งคุยกันดีกว่าเพราะว่า ให้ผมนั่งพิมพ์ สามวันก็ไม่จบ เอาเป็นว่า ขอสรุปสั้น ๆ ว่าเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้ละกันครับ
          ดีหมดทุกอย่างในคืนนั้น เหลืออย่างเดียวคือ ตัวผมไม่ได้อาบน้ำตอนค่ำก่อนก็เท่านั้นเอง 55555++

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น